2.ดูชั่วโมงการทำงาน แล้วคิดออกมา เป็นปี ที่ใช้รถมา 3.ดูระบบซีลต่างๆ ต้องไม่มีการรั่วซึม 4.ดูระบบของเหลว เช่น น้ำมันเบรค น้ำมันไฮโดรลิก น้ำกลั่น ฯลฯ 5.สภาพของยาง 6.เสายกต้องได้มาตรฐาน ไม่โยกคลอนขณะวิ่ง ไม่มีการดัดแปลงเสาเพื่อให้สามารถยกของได้สูงขึ้น 7.สอบถามเกี่ยวกับการรับประกัน 8.กรณีรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าต้องถามเกี่ยวกับตู้ชาร์จว่าเป็นแบบชาร์จในตัวรถหรือภายนอกรถและสภาพ ของแบ็ตเตอรี่เป็นอย่างไร วิ่งได้ต่อเนื่องกี่ชั่วโมง
การเลือกใช้รถ FORKLIFT ในสถานประกอบการ
ในสถานประกอบการหรือโรงงานต่างที่ผลิตสินค้าทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้ายสินค้าในโรงงานและ จัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ จึงต้องมีเครื่องมือขนย้ายที่มีประสิทธิภาพเพื่อสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รถ FORKLIFT จึงเป็นเครื่องจักรกลสี่งแรกที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่บางหน่วยงานไม่ทราบว่าจะ เลือกรถ FORKLIFT อย่างไรให้เหมาะกับสถานประกอบการหรือโรงงานดังนั้นทางผู้เขียนขอแนะนำการ เลือกซื้อ รถ FORKLIFT มาใช้ในโรงงานอย่างง่ายๆดังนี้
รถ FORKLIFT แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามชนิดของเครื่องจักรกล
- ประเภทที่ใช้เครื่องยนต์เป็นเครื่องต้นกำลังมักนิยมใช้ในในโรงงานหรือคลังสินค้าที่เป็นระบบเปิดมีการ ระบายอากาศที่ดี หรือขนย้ายภายนอกอาคารมีให้เลือกทั้งเป็นเครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน และใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิง เพราะว่าสามารถรับงานหนักได้ดี มีความแข็งแรงสูง ประหยัดทั้งค่าเชื้อเพลิงและมีการบำรุง รักษาง่าย ทนทาน ต่อพื้นทางวิ่งที่ขรุขระได้ดี
- ประเภทที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องต้นกำลัง และใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่เหมาะสำหรับโรงงาน หรือ
อาคารที่เป็นระบบปิด ห้องติดแอร์ห้องเย็นแช่แข็งต่างๆ เพราะรถ FORKLIFT ไฟฟ้าไม่มีมลพิษทาง อากาศในโรงงานผลิตอาหาร ที่ต้องการความสะอาดเป็นอันดับแรก ใช้วิ่งในพื้นที่แคบๆได้ดี ไม่มีเสียงดัง รบกวนแต่ ก็มีข้อจำกัดเหมือนกันเช่น พื้นทางการวิ่งต้องราบเรียบไม่ขรุขระเพราะจะทำให้แบตเตอรี่ชำรุด เสียหายหรือ อายุการใช้งานลดลง ซึ่งรถ FORKLIFT ไฟฟ้ามีให้เลือกหลายแบบ เช่น แบบนั่งขับ ยืนขับ เหมาะกับการวิ่งในทางแคบๆ และแบบขับเคลื่อนขนย้ายในแนวระนาบเท่านั้น
มาตรฐานการเลือกใช้ให้ถูกต้องตามประเภทความอันตรายของแต่สถานประกอบการเช่น ในมาตรฐาน
NFPA 505 แบ่งไว้ 3 ระดับดังนี้
1 ประเภทรถ FORKLIFT เครื่องยนต์ดีเชล
Tye = DD มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ในมาตรฐานขั้นต่ำสุด = DS มีระบบป้องกันที่ท่อไอเสีย ระบบเชื้อเพลิงและระบบไฟฟ้า = DYไม่มีระบบไฟฟ้าระบบจุดระเบิดและมีการติดตั้งชุดจำกัดอุณหภูมิ 2 ประเภทรถ FORKLIFT เครื่องเบนซินและ LPG = GLPมีระบบป้องกันเพลิงใหม้ในมาตรฐานต่ำสุดตามความจำเป็น = GLPSมีระบบป้องกันเพลิงใหม้โดยเพิ่ม ระบบป้องกันที่ระบบไอเสีย ระบบเชื้อเพลิง ระบบไฟฟ้า 3 ประเภทรถ FORKLIFT ไฟฟ้า Tye = E มีระป้องกันเพลิงไหม้และไฟฟ้าดูดในขั้นมาตรฐานต่ำสุด = ES เพิ่มระบบป้องกันการเกิดประกายไฟจากระบบไฟฟ้าและจำกัดอุณหภูมิที่พื้นผิวเครื่อง = EE มอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆจะมีการห่อหุ้มอย่างมิดชิด = EX ออกแบบมาเพื่อใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีไอระเหยของสารไวไฟ เมื่อทราบวิธีการเลือกแล้ว ถ้าจะซื้อหรือเช่ารถ FORKLIFT ก็จะได้ประสิทธิภาพที่ดี สะดวกในการใช้งานและก็ปลอดภัย ถ้ามีใช้อยู่แล้วก็สามารถตรวจสอบว่ารถ FORKLIFT ที่มีอยู่เหมาะกับสภาพการใช้งานของโรงงานมากน้อยเพียงใด |
ให้บริการเกี่ยวกับรถโฟร์คลิฟท์ไฟฟ้า น้ำมัน และแก๊ส ในด้านการขาย เช่า ซ่อม อะไหล่ และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร โดยทางบริษัทขอแจ้งรายละเอียดในเรื่องสินค้าและบริการดังนี้ -บริการซ่อมบำรุงรถโฟร์คลิฟท์(forklift repair)ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำมัน แก๊ส -บริการตรวจเช็คและบำรุงรักษารถโฟร์คลิฟท์(P.M.forklift)รายเดือนและรายปี -บริการซ่อมแฮนดพาเลท ทุกชนิด ติดต่อ คุณ ปรีชา 086-5182510,ID: PCNFORKLIFT06 หรือ @pcnforklift และ www.pcnforklift.com
วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
เลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์มือสองอย่างไร
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น